วิจัยชี้คนกรุงวิตก การเงิน เพิ่มขึ้นรัดเข็มขัดลดกินข้าวนอกบ้าน-เอแบคห่วงหนี้ครัว ..
วิจัยชี้คนกรุงวิตก การเงิน เพิ่มขึ้นรัดเข็มขัดลดกินข้าวนอกบ้าน-เอแบคห่วงหนี้ครัวเรือนท่วมสำรวจคนกรุงพบวิตกเรื่องการเงินสูงสุด ปลงตกปัญหาการเมืองยังไม่จบง่ายๆ ระบุส่วนใหญ่ประหยัดมากขึ้น โดยเฉพาะค่าอาหารและเครื่องดื่ม ลดกินข้าวนอกบ้าน ด้านเอแบคห่วงหนี้สินครัวเรือนสูงกว่ารายได้ ชี้สัญญาณเตือนภัยเศรษฐกิจนายกิตติพงษ์ วีระเตชะ ผู้อำนวยการด้านกลยุทธ์และที่ปรึกษาการสร้างแบรนด์ หน่วยงาน เอเนอจี้ บริษัท ยัง แอนด์ รูบิแคม แบรนด์ จำกัด เปิดเผยถึงผลวิจัยวายแอนด์อาร์ รีเฟกเตอร์ 3 ระหว่างวันที่ 20 กันยายน-3 ตุลาคม 2551 ว่า จากศึกษาการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับทัศนคติ ความเชื่อ ความสนใจ และความเป็นไปของสังคมของผู้บริโภค ชาวกรุงเทพฯ พบว่ามีความวิตกเรื่องฐานะการเงิน 54.7% สูงกว่าช่วงไตรมาส 2 ที่ 44.8% ขณะที่ความวิตกกังวลเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ไตรมาส 3 อยู่ที่ 13.4% ลดลงจากไตรมาส 2 ที่ 38.5% ชี้ให้เห็นว่าคนกรุงรู้สึกชินชากับปัญหาการเมืองที่ไม่สามารถจบลงได้ในระยะเวลาอันใกล้ด้าน ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเอแบค นวัตกรรมทางสังคม การจัดการและธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ สัญญาณเตือนภัยทางเศรษฐกิจ กรณีศึกษาสภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดหัวเมืองใหญ่ ระหว่างวันที่ 7 ตุลาคม-18 พฤศจิกายน 2551 พบว่าแนวโน้มรายได้ของครัวเรือนในช่วง 3 เดือนก่อนการสำรวจระบุ 51.8% รายได้ลดลง มีเพียง 6.5% ที่รายได้เพิ่มขึ้น แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ หัวหน้าครัวเรือนส่วนใหญ่หรือ 61.6% ระบุรายจ่ายของครอบครัวเพิ่มขึ้น ส่วนแนวโน้มของรายได้ครอบครัวอีก 3 เดือนข้างหน้า ผลสำรวจพบว่า 33.6% เท่าเดิม และ 25.1% ลดลง ส่วนอีก 28.7% ยังไม่แน่ใจ มีเพียง 12.6% เชื่อว่ารายได้ของครอบครัวจะเพิ่มขึ้น ขณะที่ความเพียงพอของเงินเพื่อใช้จ่ายสำหรับตัวเองและครอบครัวในอีก 6 เดือนข้างหน้า พบว่าหัวหน้าครัวเรือนจำนวนมากหรือ 41.3% คิดว่าไม่พอใช้จ่าย และยิ่งไปกว่านั้น เกินกว่า 1 ใน 4 หรือ 27.1% ยังไม่ได้คิดถึงอนาคตของการใช้จ่ายทางการเงิน ที่น่าเป็นห่วงคือ หัวหน้าครัวเรือน 76.1% มีหนี้สิน และ 23.9% ไม่มีหนี้สิน ผลสำรวจยังลงลึกถึงค่าเฉลี่ยของหนี้สิน สูงกว่ารายได้ของครอบครัวในทุกระดับรายได้ ซึ่งผลการวิจัยครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยสภาวะเศรษฐกิจ เนื่องจากสิ่งที่ค้นพบสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนคนไทยโดยเฉพาะหัวหน้าครัวเรือนในพื้นที่ศึกษา ส่วนใหญ่ไม่มีการเก็บออม และส่วนใหญ่มีหนี้สินล้นพ้นตัว เกินกว่าระดับรายได้ของครอบครัว ดร.นพดลกล่าว