แบงก์เข้มปรับเกณฑ์ปล่อยกู้ซื้อบ้าน เพิ่มรายได้ขั้นต่ำ1.3หมื่นบาท- บัณฑูร หั่นจีด ..
แบงก์เข้มปรับเกณฑ์ปล่อยกู้ซื้อบ้าน เพิ่มรายได้ขั้นต่ำ1.3หมื่นบาท- บัณฑูร หั่นจีดีพีปีหน้าเหลือ3% บัณฑูร หั่นเป้าจีดีพีปีหน้าเหลือ 3% พร้อมปรับลดเป้าหมายสินเชื่อ ชี้ปัจจัยเสี่ยงมีทั้งในและนอกประเทศ ชี้ปัญหาการเมืองซ้ำเติมความไม่มั่นใจ แบงก์คุมเข้มปล่อยกู้ ปรับเกณฑ์สินเชื่ออสังหาฯเพิ่มรายได้ลูกค้าจากหมื่นบาทต่อเดือนเป็น 1.3 หมื่นบาทนายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้เป้าหมายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของปีหน้า ที่คาดว่าจะเติบโต 4-5% ลงมาอยู่ที่ 3% และปรับเป้าสินเชื่อจาก 10-16% มาอยู่ที่ 6-7% เนื่องจากเศรษฐกิจมีความเสี่ยงทั้งจากปัจจัยต่างประเทศและการเมืองไทย ซึ่งผู้ประกอบการไทยควรจะมีการปรับตัวและเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น ส่วนการปรับลดแรงงานถือว่าเป็นไปตามวงจรเศรษฐกิจ แต่ในเมืองไทยถือว่าไม่รุนแรงเท่าต่างประเทศนายบัณฑูรกล่าวว่า ปัญหาทางการเมืองที่ไม่มีความชัดเจน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ความเชื่อมั่นลดลง เห็นได้จากตลาดหุ้นที่ปรับตัวลดลง โดยเม็ดเงินลงทุนระยะยาวจะหนีไปลงทุนที่อื่น ส่วนประเทศญี่ปุ่นที่ยังเลือกให้ประเทศไทยเป็นเป้าหมายการลงทุนรถยนต์ก็ยังยึดเป้าหมายอยู่ แต่เลื่อนการลงทุนออกไปก่อนด้านนายอภิชาต อรรฆย์ฐากูร ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสินเชื่อเคหะ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีหน้าคงต้องดูเป็นรายภาคในส่วนภาคการเงินตอนนี้เริ่มอยู่ในภาวะหวาดระแวงมากขึ้น เพราะสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบงก์เข้มงวดการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยได้ปรับเกณฑ์พิจารณาสูงขึ้น จากเดิมที่กำหนดเงินเลี้ยงชีพ 7,000 บาท เป็น 8,000 บาท สัดส่วนปล่อยกู้ลดลงจากเดิม 100% เหลือ 70-80% ขณะเดียวกันธนาคารยังได้ปรับเกณฑ์ฐานรายได้ในการปล่อยกู้ให้แก่ลูกค้าจากเดิม 1 หมื่นบาท เป็น 1.3 หมื่นบาทต่อเดือน ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีลูกค้าโทรมายกเลิกในการขอสินเชื่อที่เกี่ยวกับที่อยู่อาศัยเฉลี่ย 5% ระดับราคาบ้านอยู่ที่ระดับ 3 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งแสดงให้เห็นว่าลูกค้าไม่มีความมั่นใจในสถานะด้านรายได้และความมั่นคงในอาชีพ รวมถึงที่ผ่านมามีลูกค้าบางกลุ่มที่ซื้ออสังหาฯ เพื่อลงทุนและเก็งกำไร ซึ่งพร้อมที่จะทิ้งเงินดาวน์และเงินจองทันที หากพบว่าตัวเองมีความเสี่ยง