เฉลิม โปะเงินให้อสม.3หมื่น เพิ่มให้หมอชนบท2,500ล้าน
วันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11210 เฉลิม โปะเงินให้อสม.3หมื่น เพิ่มให้หมอชนบท2,500ล้าน เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ สธ.ได้เสนอของบประมาณให้กับบุคลาการด้านสาธารณสุข 2 โครงการ คือ โครงการเพิ่มเงินดูแลอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จำนวน 9,000-10,000 ล้านบาท โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดคุณสมบัติของ อสม.จากเดิมที่มี อสม. 8.3 แสนราย อาจจะมี อสม.มาสมัครเพิ่มเป็น 1.5 ล้านคน คาดว่าไม่เกิน 30 วัน จะแล้วเสร็จสามารถเสนอเรื่องเข้า ครม.พร้อมแรงจูงใจทั้งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เกียรติบัตร และสิทธิพิเศษต่างๆ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวถึงโครงการแก้ปัญหาขาดแคลนแพทย์ว่า เพิ่มเงินค่าตอบแทนให้กับแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล จำนวน 2,500 ล้านบาท โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทมีความขาดแคลนมาก ปัจจุบันแพทย์ไทย 30 คน ดูแลคนไข้ 1 แสนคน ขณะที่ในต่างประเทศอินเดีย ญี่ปุ่น แพทย์ 1 คนดูคนไข้เพียง 70-75 คน ส่วนแพทย์จีน 1 คน ดูแลคนไข้ 170 คน ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีใครกล้าตัดสินใจแก้ปัญหาเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่สามารถนำเงินที่มีอยู่แล้วออกมาใช้ได้ทันที่ โดยใช้อำนาจปลัด สธ.เป็นผู้อนุมัติ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดอัตราการเพิ่มค่าตอบแทนแพทย์ตามลำดับความอาวุโส แพทย์ที่อยู่มาเป็น 10 ปี ก็ได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นมากกว่า เพื่อให้ดำรงชีพอยู่ได้ ซึ่งการเพิ่มค่าตอบแทนไม่ได้ใช้เกณฑ์ของโรงพยาบาลเอกชนเป็นตัวตั้งเพราะค่าตอบแทนโรงพยาบาลเอกชนสูงกว่ามาก เพียงแต่นำเงินที่มีอยู่มาเติมให้เพื่อความเหมาะสมยิ่งขึ้น เรื่องเหล่านี้คนอื่นคิดไม่ได้แต่พรรคพลังประชาชนคิดได้ และหากจัดการเรื่องทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยมั่นใจว่าในการเลือกตั้งชนะขาดเพราะได้ทำตามที่สัญญากับประชาชนไว้ ขนาดแพทย์ชนบทที่ชอบกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยังไม่เกลียดผมเลย ร.ต.อ.เฉลิมกล่าววันเดียวกันนี้นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการอาสาสมัครสาธารณสุขในเขต กทม. จำนวน 300 คน ที่จ.นครนายก เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะ พัฒนาศักยภาพและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการสุขภาพ แก้ไขปัญหาสาธารณสุขในชุมชนต่างๆ ที่อยู่ในเขต กทม. ซึ่งมีสภาพหนาแน่น อยู่กันอย่างแออัด ปีนี้รัฐบาลได้เสนอของบประมาณให้ อสม.ทำงานทุกหมู่บ้าน รวมทั้งใน กทม. เพิ่มจากหมู่บ้านละ 10,000 บาท เป็นหมู่บ้านละ 30,000 บาท