ภาคธุรกิจฮือไล่ หมัก -จี้เลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชี้ประชามติไม่ทันการณ์- ณรงค์ชัย แนะคนไทยปรับตัว
วันที่ 05 กันยายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6490ภาคธุรกิจฮือไล่ หมัก -จี้เลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชี้ประชามติไม่ทันการณ์- ณรงค์ชัย แนะคนไทยปรับตัวนายณรงค์ชัย อัครเศรณี ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒินายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า การที่ครม.มีมติให้มีการทำประชามติเพื่อหาทางออกวิกฤตทางการเมืองไทยนั้น ต้องใช้เวลานาน ดังนั้น คงไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะขณะนี้ทั้งรัฐบาลและกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกำลังเผชิญหน้ากัน และเชื่อว่าเหตุการณ์ยังยืดเยื้ออีกนาน ปัญหาการเมืองไทยตอนนี้เปรียบเสมือนโรคซาร์ส หรือเรียกว่าโรคซาร์สการเมือง ที่ต้องใช้เวลาในการรักษานาน และถึงแม้ว่าจะได้ข้อยุติแต่ต้องใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัว ดังนั้น ในขณะนี้ทุกคนต้องยอมรับสภาพและต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาวการณ์ปัจจุบันเพื่อความอยู่รอด นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การที่ครม.มีมติให้ทำประชามติ ถือเป็นทางออกหนึ่งของรัฐบาลที่จะฟังความเห็นของประชาชน คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการออกกฎหมายรองรับก่อน กว่าจะได้ข้อสรุปจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากขึ้นไปอีก ส่วนการประกาศใช้พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในกรุงเทพฯ หากเหตุการณ์การเมืองไม่รุนแรงแล้ว รัฐบาลควรยกเลิกภายใน 7 วัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน นอกจากนี้ รัฐบาลและกลุ่มพันธมิตรฯ ต้องหันหน้ามาคุยกันเพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจน ไม่เช่นนั้นรัฐบาลต้องลาออก หรือยุบสภา ด้านนายพงศักดิ์ อัสสกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย รักษาการแทนประธานหอการค้า กล่าวภายหลังหารือร่วมกับตัวแทนหอการค้าส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และหอการค้าต่างประเทศ ว่า ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ภาคธุรกิจยังสามารถประคับประคองตัวเองได้มาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อวันที่ 2 ก.ย. รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้าย ที่ทำให้นักลงทุนต่างประเทศสูญเสียความเชื่อมั่นลงไป หากปล่อยให้สถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศยืดเยื้อเช่นนี้อาจถึงขั้นหมดความเชื่อถือโดยสิ้นเชิง หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยขอเสนอให้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทันที มุมมองของภาคเอกชน เห็นว่าหากเปรียบเทียบกับการบริหารธุรกิจแล้ว เมื่อบริษัทประสบปัญหา หรือวิกฤตในการดำเนินธุรกิจ จะต้องเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้บริหาร และคณะผู้บริหารในการแก้ไขปัญหา เพื่อให้เกิดผลดีต่อบริษัท แต่หากวิกฤตนั้นยังไม่สามารถแก้ไขได้ หรือมีความรุนแรงของปัญหาเพิ่มขึ้น ผู้บริหารจะต้องพิจารณาตนเอง หรือเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นดำเนินการเลือกผู้บริหารชุดใหม่เข้ามาแก้ไขปัญหาให้ลุล่วง จึงขอให้ผู้บริหารเร่งตัดสินใจเรื่องนี้โดยเร็ว นายพงศักดิ์ กล่าว ส่วนนายนานดอร์ จี ฟอน เดอ ลูเฮ ประธานหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ค้าในต่างประเทศขณะนี้ได้แจ้งยกเลิกการเดินทางมาร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศไทย เช่น งานบางกอก เจมส์แอนด์จิวเวอร์รี่ เนื่องจากไม่มั่นใจด้านความปลอดภัยจากสถานการณ์ในไทย รัฐบาลมีหน้าที่ส่งเสริมพัฒนาให้ภาคธุรกิจเกิดความเข้มแข็ง แต่ปัจจุบันรัฐบาลกลับทำตรงกันข้าม นายดุสิต นนทะนาคร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำประชามติในขณะนี้ เพราะปัญหาทุกอย่างมีความชัดเจนดีอยู่แล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะยืดเวลาออกไป เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง ส่วนผลกระทบต่อเศรษฐกิจขณะนี้ได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เพื่อประเมินผลกระทบทุกด้าน และจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 ก.ย.นี้