ฟ้องพันธมิตร2หมื่นล้านปิด2สนามบินมีร้องหานายกฯมีจริยธรรม
ฟ้องพันธมิตร2หมื่นล้านปิด2สนามบินมีร้องหานายกฯมีจริยธรรม มติบอร์ดการบินไทยฟ้องแพ่งพันธมิตร 2 หมื่นล้าน สังเวยปิด สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง พธม.ร่ำไห้ก่อนสลายตัว สุดอาลัยหลังร่วมต่อสู้ 193 วัน เล็งตั้ง ชมรมพันธมิตร ใน ตจว. เดินหน้าแจงการเมืองใหม่ ลั่น เฉลิม-มิ่งขวัญ นั่งนายกฯ กลับมาแน่ ด้าน กกร.ล็อกสเปกนายกฯ ซื่อสัตย์-มีจริยธรรมความเคลื่อนไหวภายหลังแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงการณ์ยุติการชุมนุมในทุกพื้นที่ ล่าสุด เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 3 ธันวาคม ที่สนามบินสุวรรณภูมิ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตร นายศรัณยู วงษ์กระจ่าง นายศิริชัย ไม้งาม แกนนำรุ่น 2 และ พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ โฆษกพันธมิตร ทำพิธีมอบสนามบินคืนให้แก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. โดยมีตัวแทนรับมอบคือนายวุฒิพันธ์ วิชัยรัตน์ ประธานกรรมการ ทอท. พล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ ที่ปรึกษาประธานบอร์ด ทอท. โดย พล.ต.จำลองกล่าวขอโทษต่อนายวุฒิพันธ์ด้วย อย่างไรก็ตาม ระหว่างการรับมอบ พล.อ.กิตติศักดิ์ได้นำมือตบขึ้นมาตบด้วย จากนั้นทั้งหมดได้ร่วมกันถวายพระพร โดย พล.ต.จำลอง เป็นตัวแทนเปิดกรวยถวายพระพร พล.อ.ปฐมพงษ์ แกนนำรุ่น 2 ขึ้นเวทีต่อจาก พล.ต.จำลอง โดยกล่าวสั้นๆ ว่าจะตั้งชมรมพันธมิตรขึ้นในจังหวัดต่างๆ เพราะในอนาคตอาจจะต้องมารวมตัวกันอีก เมื่อบ้านเมืองมีปัญหา ส่วนบรรยากาศทั่วไป ผู้ชุมนุมได้ทยอยเก็บข้าวของตั้งแต่ช่วงกลางคืนวันที่ 2 ธันวาคม ที่ผ่านมา ขณะที่บนเวทีปราศรัย แกนนำรุ่น 2 ได้ผลัดกันขึ้นร้องเพลง อ่านลำนำอำลาเพื่อสลายการชุมนุม ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมที่ปักหลักอยู่หน้าเวทีก็ร่วมร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งใกล้เวลาปิดการชุมนุมผู้ชุมนุมหลายคนร้องไห้ กอดคอกัน รวมทั้งแลกหมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ อีเมล ไฮไฟว์ ก่อนทยอยเดินทางกลับโดยรถยนต์ส่วนตัว และรถบัสที่จัดมาให้บริการ ส่วนการชุมนุมที่สนามบินดอนเมือง เมื่อเวลา 06.10 น. ผู้ชุมนุมทยอยเดินทางกลับเป็นจำนวนมาก โดยเปลี่ยนเสื้อสีเหลืองออก ซึ่งบางส่วนเดินทางกลับเป็นกลุ่มคณะโดยรถตู้ นายสาวิทย์ แก้วหวาน แกนนำพันธมิตรรุ่น 2 กล่าวกับผู้ชุมนุมว่า ขณะนี้พันธมิตรกำลังจัดทำตารางการเดินทางไปพบประชาชน เพื่อผลักดันเรื่องการเมืองใหม่ ซึ่งอาจให้มีการจัดตั้งองค์กรระดับชาติขึ้นมา โดยส่วนตัวต้องการเสนอให้มีการจัดตั้งสมัชชาพันธมิตรที่ควรจัดนัดพบประชุมใหญ่ปีละ 1 ครั้ง ต่อมาเวลา 07.30 น. น.ส.แจ่มศรี สุกโชติรัตน์ ประธานสหภาพแรงงานการบินไทย และคณะสหภาพ ได้เดินทางเข้ามาตรวจดูความเรียบร้อยในการเคลียร์พื้นที่ชุมนุม โดย น.ส.แจมศรีกล่าวว่า การปิดสนามบินย่อมทำให้การบินไทยได้รับความเสียหายพอสมควร แต่ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่า การบริหารจัดการของการบินไทยก็ได้รับความเสียหายจากส่วนอื่นมาแล้ว เช่น เรื่องการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างภายในองค์กรมูลค่านับแสนล้านบาท ดังนั้น เมื่อการชุมนุมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จึงเชื่อว่าเป็นเรื่องที่คุ้มค่า และยืนยันว่า หากกลุ่มพันธมิตรจะกลับมาชุมนุมอีก โดยมีเหตุผลที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองกลุ่มสหภาพก็พร้อมจะเข้าร่วม กระทั่งเวลา 09.00 น. ผู้ชุมนุมที่ยังเหลืออยู่กว่า 100 คน ได้ยืนรวมตัวกันบริเวณรถเวทีปราศรัยชั่วคราวหน้าอาคารผู้โดยสารในประเทศ โดยตั้งแถวยืนล้อมวงเพื่อเตรียมฟังการปราศรัยของนายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตร เป็นครั้งสุดท้ายก่อนถึงกำหนดการยุติการชุมนุมเวลา 10.00 น. นายสมศักดิ์กล่าวบนเวทีด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวว่า พันธมิตรจะผลักดันเรื่องการเมืองใหม่ต่อไป แต่หากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะทำให้มีการกลับมาแก้รัฐธรรมนูญอีก และคนที่จะมาร่วมรัฐบาลมีชื่อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ พันธมิตรก็พร้อมจะออกมาเคลื่อนไหวอีกโดยทันที ส่วนปัญหาสุญญากาศประเทศชาติที่ไร้ฝ่ายบริหาร และเตรียมเปิดสภาประชุม ส.ส. เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในวันที่ 8-9 ธันวาคมนี้ ปรากฏว่ามีรายชื่อ 5 แคนดิเดต ในส่วนของพลังประชาชน ได้แก่ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายชัย ชิดชอบ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย และนายสันติ พร้อมพัฒน์นั้น นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตร กล่าวว่า ทั้งหมดล้วนเป็นนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ว่าคนใดคนหนึ่งได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีพันธมิตรคงไม่มีทางเลือก ต้องกลับมารวมกันอีกครั้ง อยากเรียกร้องพรรคพลังประชาชนไม่ควรยัดเยียดบุคคลเหล่านี้ให้แก่ประชาชน วันเดียวกัน นายสุรชัย ธารสิทธิ์พงษ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการบินไทยได้พิจารณาการแก้ไขปัญหาการให้บริการของการบินไทย และ ทอท. ซึ่งจากการประเมินความเสียหายในการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง มีความเสียหายเบื้องต้น 2 หมื่นล้านบาท โดยรวมผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในปี 2552 แล้ว ดังนั้น คณะกรรมการการบินไทยจึงมีมติตามที่การบินไทยเสนอให้ฟ้องร้องผู้กระทำให้เกิดความเสียหายต่อศาลแพ่งวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท รวมค่าเสียหายอื่นๆ โดยฝ่ายกฎหมายจะเป็นผู้ดูรายละเอียด ส่วนการประเมินผู้ใช้บริการเครื่องบินการบินไทยตามที่วางแผนไว้ว่าจะมีผู้โดยสารคิดเป็น 75% ของแต่ละเที่ยวบิน ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ปัญหาความวุ่นวายภายในประเทศจะลดเหลือ 50% ขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงเวลา แต่จะเริ่มดีขึ้นครึ่งปีหลัง 2552 ซึ่งยอดจองตั๋วล่วงหน้าลดลงหรือไม่ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ นอกจากนี้ ผลพวงจากการปิดสนามบินทำให้การบินไทยมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแผนเงินกู้ใหม่ โดยวงเงินกู้เดิม 2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 1 หมื่นล้านบาทแรก จะขออนุมัติจากกระทรวงการคลังปรับเปลี่ยนจากเงินกู้ระยะสั้นเป็นเงินกู้ระยะยาว อีก 1 หมื่นล้านบาท ชำระค่างวดเครื่องบินเหมือนเดิม และจะเสนอเพิ่มอีก 2 หมื่นล้านบาท เพื่อชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง นายสุรชัยกล่าวอีกว่า ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคมนี้ เที่ยวบินในประเทศของการบินไทยจะเปิดให้บริการทั้งไปและกลับตามตารางการบินที่จะปรับใช้กับท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งผู้โดยสารสามารถสอบถามได้ที่ โทร.0-2356-1111 ซึ่งตั้งแต่ปิดสนามทั้ง 2 แห่งจนถึงวันที่ 2 ธันวาคม การบินไทยได้จัดเที่ยวบินประมาณ 140 เที่ยว ขนส่งผู้โดยสารออกจากสนามบินอู่ตะเภาและสนามบินบางแห่งรวมประมาณ 3 หมื่นคน อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้โดยสารตกค้างจำนวนมาก เมื่อมีการใช้สนามบินสุวรรณภูมิจะทำให้การขนส่งผู้โดยสารรวดเร็วขึ้น และหาก ทอท.พร้อมเปิดให้บริการวันที่ 5 ธันวาคม สถานการณ์ต่างๆ จะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ด้าน นายวุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์ ประธานกรรมการ ทอท.กล่าวว่า หลังจากกลุ่มพันธมิตรยุติการชุมนุมที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว ได้ร่วมกับฝ่ายเทคนิคและฝ่ายรักษาความปลอดภัยเข้าตรวจสอบพื้นที่ โดยเริ่มตรวจสอบเบื้องต้นมาตั้งแต่คืนวันที่ 2 ธันวาคม ที่ผ่านมา และจะเร่งตรวจสอบระบบต่างๆ เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์เรียบร้อย ส่วนสิ่งใดพร้อมก็จะดำเนินการโดยเร็ว และเน้นความปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เกิดความมั่นใจในระบบต่างๆ ซึ่งขณะนี้ได้ชี้แจงสายการบินต่างๆ ทั่วโลกว่า ท่าอากาศยานสุรรณภูมิจะเปิดบริการให้เร็วที่สุด เมื่อเวลา 14.10 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เที่ยวบินทีจี 2109 ซึ่งบินจากภูเก็ตมายังสนามบินสุวรรณภูมิ ได้ลงจอดอย่างเรียบร้อย ทั้งนี้ หลังเวลา 00.01 น. วันที่ 5 ธันวาคมนี้ จะมีเที่ยวบินขาออก 3 เที่ยวบิน คือ กรุงเทพฯ-ซิดนีย์ กรุงเทพฯ-กรุงโรม และกรุงเทพฯ-นาโกยา จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่วนเที่ยวบินขาเข้า เวลา 00.05 น. จะมีสายการบินเกาหลีนำผู้โดยสารมาลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ด้าน ว่าที่ ร.ท.อนิรุทธิ์ ถนอมกุลบุตร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง แถลงว่า สายการบินนกแอร์ และวัน ทู โก พร้อมเปิดให้บริการได้ตามปกติแล้ว โดยวันที่ 4 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 06.00 น.เป็นต้นไป เที่ยวบินแรกคือ ทีจี 1020 ซึ่งเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมืองไปยัง จ.อุบลราชธานี ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล หลังจากกลุ่มพันธมิตรทยอยเข้าเก็บสิ่งของออกไปตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา เมื่อเวลา 09.00 น. พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) นำเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.จร. และเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เข้าทำความสะอาดพื้นที่บริเวณรอบนอกทำเนียบรัฐบาล พื้นถนนพิษณุโลก และถนนพระรามที่ 5 เพื่อเร่งเปิดการจราจรในเส้นทางดังกล่าว คาดว่าจะเปิดได้ช่วงเวลา 13.00 น. ด้านนายลอยเลื่อน บุนนาค รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบความเสียหายภายในทำเนียบรัฐบาล หลังกลุ่มพันธมิตรเคลื่อนย้ายออกไปว่า ต้องรอให้กลุ่มพันธมิตรเคลื่อนย้ายออกไปอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้นหน่วยงานต่างๆ ในทำเนียบรัฐบาลก็จะเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินต่างๆ และความเสียหายทั้งหมดในวันที่ 4 ธันวาคมนี้ เวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวถามว่า เบื้องต้นประเมินความเสียหายเฉพาะในส่วนของภูมิทัศน์ไว้เท่าใด นายลอยเลื่อนกล่าวว่า ยังบอกไม่ได้ เพราะขณะนี้กลุ่มพันธมิตรยังไม่ได้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปทั้งหมด ต้องให้รื้อถอนออกไปทั้งหมดก่อน เราจึงจะตรวจสอบได้ และจะนำเรื่องปรับปรุงภูมิทัศน์เข้าหารือกับนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี ส่วนกรณีที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรยื่นเงื่อนไขไม่ให้ส่วนราชการเอาผิดกับกลุ่มพันธมิตรทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา นายลอยเลื่อนกล่าวว่า เรื่องคดีนั้นเป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนและอัยการที่จะดำเนินการ ส่วนตนรับผิดชอบเข้าไปตรวจสอบเรื่องทรัพย์สินและความเสียหายเป็นหลัก ซึ่งก็เป็นที่น่าสังเกตว่า เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่ผ่านมา เราสามารถเข้าไปตรวจสอบความเรียบร้อยได้เพียงที่ตึกไทยคู่ฟ้าเพียงแห่งเดียว และเมื่อเข้าไปก็พบว่ามีการทำความสะอาดไว้แล้ว ดังนั้นตั้งแต่วันนี้ (3 ธ.ค.) เป็นต้นไป ยังจะต้องเข้าไปตรวจสอบในส่วนของตึกอื่นๆ อีกต่อไป ขณะที่ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่จะส่งคืนทำเนียบรัฐบาลให้แก่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) และสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ว่า วันที่ 4 ธันวาคมนี้ เวลา 12.00 น. จะมีการส่งคืนทำเนียบรัฐบาลอย่างแน่นอน คณะกรรมการเข้าตรวจสอบแล้ว ทั้งตึกไทยคู่ฟ้า และตึกสันติไมตรี ทุกอย่างเรียบร้อย แต่ก็ยอมรับว่ามีบางตึกได้รับความเสียหายอยู่บางส่วน เนื่องจากมีพวกมิจฉาชีพเข้าไปขโมยของภายในตึก ซึ่งตรงนี้ก็ต้องให้ สปน.เข้ามาประเมินความเสียหายด้วยตนเองว่ามีมากน้อยเพียงใด หากจะมีการดำเนินการฟ้องร้องพันธมิตรก็ยินดีเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย วันเดียวกัน นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ได้พูดถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ยึดสนามบิน ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารายงานว่า รัฐบาลจะต้องเร่งให้ความช่วยเหลือในการเยียวยาและแก้ไขให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งที่ประชุม ครม.ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา โดยให้นายโอฬาร ไชยประวัติ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน คณะกรรมการชุดดังกล่าวจะดูแลครอบคลุมไปถึงนักท่องเที่ยวและภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบ รัฐบาลต้องเร่งพยายามพลิกฟื้นให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ส่วนงบประมาณที่จะใช้ในการเยียวยานั้น ยังไม่มีการอนุมัติ แต่คาดว่าจะใช้งบประมาณจากงบกลาง ส่วนจะเป็นจำนวนเงินเท่าใดขึ้นอยู่กับคณะกรรมการจะหารือ เมื่อเวลา 12.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นพ.เหวง โตจิราการ คณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ ประธานมูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย และนางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย พร้อมคณะ เข้าพบ พ.ต.ต.จตุพร งามสุวิชากุล พนักงานสอบสวน (สบ 2) บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับแกนนำพันธมิตรรวม 12 คน ได้แก่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายพิภพ ธงไชย นายสุริยะใส กตะศิลา นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นายสำราญ รอดเพชร นายศิริชัย ไม้งาม นายสาวิทย์ แก้วหวาน นายศรัณยู วงษ์กระจ่าง และนางมาลีรัตน์ แก้วก่า ในความผิดฐานก่อการร้าย กรณีนำมวลชน และกลุ่มคนสวมชุดดำมีผ้าคลุมหัวปิดบังใบหน้าบุกเข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะส่วนหอบังคับการบิน เหตุเกิดตั้งแต่คืนวันที่ 25 พฤศจิกายน-3 ธันวาคม ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า แม้กลุ่มพันธมิตรประกาศยุติการชุมนุม แต่ตำรวจยังคงตรึงกำลังตั้งประจำที่สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และทำเนียบรัฐบาล ในจำนวนเท่าเดิม ขณะที่เจ้าหน้าที่ด้านการข่าวก็ยังจับตาแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมทุกฝ่ายทั้งหมด ส่วนเรื่องคดีต้องดูเป็นกรณีๆ ไปขณะเดียวกัน นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังการประชุมระหว่างคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สมาคมธนาคารไทย และสมาคมวิชาชีพสื่อมวลชน 5 สมาคม ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงทางออกของประเทศไทยในด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้ หลังจากการหารือแล้วจะนำข้อสรุปไปออกแถลงการณ์ร่วมกันภายใน 1-2 วัน โดยประธานสถาบันเอกชนทั้ง 3 สถาบันจะพิจารณาถ้อยคำก่อนแถลงการณ์ นายธวัชชัย ยงกิตติคุณ เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ที่ประชุมเป็นห่วงสถานการณ์เศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงในปี 2552 และผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกจะสะท้อนกลับมาที่ไทย ซึ่งทำให้ที่ประชุมมีการหารือเพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลที่มีฝีมือเข้ามาบริหารประเทศ โดยมีความเห็นร่วมกัน 4 ข้อ คือ 1.สนับสนุนการแก้ปัญหาทางการเมืองด้วยกระบวนการยุติธรรม 2.การที่เศรษฐกิจโลกปี 2552 มีปัญหารุนแรง จึงขอให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาลมองถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง ซึ่งการคัดเลือกนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม 3.การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้มีความสำคัญ จึงขอให้ผู้จัดตั้งรัฐบาลทุกฝ่ายพิจารณาจัดตั้งอย่างรอบคอบ และ 4.วิกฤติการเมืองและเศรษฐกิจครั้งนี้เป็นเรื่องจำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องมีความร่วมมือแก้ไข ด้าน นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธิการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ประชุมสรุปคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ 5 ข้อ คือ 1.มีความซื่อสัตย์ 2.เป็นผู้มีจริยธรรมและจรรยาบรรณ 3.มีความเป็นผู้นำ 4.มีความสามารถในการบริหารจัดการ 5.ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน โดยถ้าได้นายกรัฐมนตรีที่ไม่ครบคุณสมบัติดังกล่าวจะทำให้ประเทศมีความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งการตั้งรัฐบาลในขณะนี้จะดำเนินการเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้ และต้องการให้ทุกคนตระหนักว่าประเทศมีปัญหา ส่วนที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกาศจะรวมพลไปปิดล้อมรัฐสภาในวันที่ 8 ธันวาคมนี้ เพื่อคุ้มกันให้ ส.ส.เข้าประชุมได้นั้น พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ไม่ควรจะกังวลมาก และพร้อมจะดำเนินการเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยมากที่สุด พล.ต.อ.โกวิท กล่าวอีกว่า ปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยที่เกิดขึ้น รัฐบาลได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้าราชการตำรวจดูแลอย่างถึงที่สุด ทั้งการป้องกันก่อนเกิดเหตุและการแก้ปัญหาหลังเกิดเหตุ ขณะนี้บ้านเมืองเกิดความเสียหายไปหลายแสนล้านบาท ฉะนั้นขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันดูแลให้เกิดความสงบสุข ส่วนประชาชนและผู้ชุมนุมควรหยุดพักสักช่วง และกลับบ้านไปทำมาหากินตามปกติ รักษาการ รมว.มหาดไทย กล่าว พล.ต.อ.โกวิท กล่าวต่อว่า การบุกรุกทำเนียบรัฐบาลของกลุ่มพันธมิตรที่ก่อให้เกิดความเสียหายนั้น จะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เมื่อเวลา 20.00 น. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กลุ่ม นปช.ยังคงปราศรัย ต้านรัฐประหารซ่อนรูป เป็นวันที่สี่ มีผู้ชุมนุมทยอยมาอย่างบางตาประมาณ 1,000 คน ส่วนบนเวทีแกนนำ เช่น นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ต่างผลัดกันขึ้นเวทีปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์ สลับการเล่นดนตรี โดยการปราศรัยเน้นเนื้อหาระบุการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้ยุบพรรคการเมืองที่ผ่านมาได้ตั้งธงเอาไว้แล้วนอกจากนี้ยังวิพากษ์กลุ่มพันธมิตรไปยึดทำเนียบรัฐบาล สนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้ประเทศชาติได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ดีประเด็นที่เน้นปราศรัยในช่วงของวันนี้ จะเป็นการเตรียมการเลือกเฟ้นหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ยืนยันว่า กลุ่ม นปช.จะเดินทางไปรัฐสภาอย่างแน่นอนนายจตุพร กล่าวยืนยันว่า ในวันที่ 8-9 ธันวาคมนี้ ที่จะมีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่นั้น กลุ่มคนเสื้อแดงจะไปที่รัฐสภา เพื่ออารักขาให้มีการประชุมสภาให้ได้ เพราะยังไม่มีความมั่นใจต่อสถานการณ์ เนื่องจากกลุ่มพันธมิตรอาจมีการเคลื่อนไหวอีก ทั้งนี้การชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ จะเป็นวันสุดท้าย และจะมีการชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 6 ธันวาคมนี้ ซึ่งสถานที่อาจเป็นท้องสนามหลวงเช่นเดิมกระทรวงต่างประเทศสิงคโปร์ ออกแถลงการณ์ย้ำคำเตือนให้พลเมืองหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่มีกิจจำเป็นมายังกรุงเทพฯ ในระยะนี้ แม้กลุ่มผู้ชุมนุมจะยุติการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินได้เปิดให้บริการตามปกติแล้วก็ตาม พร้อมกับบอกว่าตอนนี้กระทรวงกำลังติดตามสถานการณ์เหตุการณ์วุ่นวายทางการเมืองในไทยอย่างใกล้ชิด