พิษเบอร์เกอร์ฉุดสินเชื่อบ้านรูดยาวร้องแบงก์ชาติอัดเงินกดดอกกู้ เตือนประเมินที่ดิ ..
วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11212ร้องแบงก์ชาติอัดเงินกดดอกกู้ เตือนประเมินที่ดินไม่มาตรฐานพิษวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ฉุดสินเชื่อบ้านรูด 10% คาดต่อเนื่องยาวปีหน้า ร้อง ธปท.อัดฉีดสภาพคล่อง กดดันดอกเบี้ยเงินกู้ เตือนราคาประเมินที่ดินไม่มาตรฐาน หวั่นสะเทือนแบงก์เหมือนปี 40 สคิบ เผยลูกค้าเลิกกู้ซื้อคอนโดฯ 5% แบงก์เข้มงวดสินเชื่อนายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูลย์ ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัยกล่าวในงานสัมมนาเรื่อง วิกฤตการแฮมเบอร์เกอร์กับสถานการณ์การเงินที่อยู่อาศัยไทยว่า วิกฤตการเงินโลกกระทบต่อการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของระบบธนาคาร ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนประมาณ 10% และจะกระทบต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า คาดว่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยของภาคธนาคารจะลดลงจากปีนี้ 20% ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรเพิ่มสภาพคล่องเข้าสู่ระบบมากขึ้น เพื่อกดดันให้ธนาคารพาณิชย์ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ ให้ภาวะการถดถอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพราะการส่งสัญญาณผ่านดอกเบี้ยนโยบาย ไม่ได้ทำให้ธนาคารพาณิชย์ปรับลดดอกเบี้ย เว้นแต่จะลดลงแรงครั้งละ 1% เหมือนต่างประเทศ เรื่องที่เป็นอันตรายมากที่สุดกับธนาคารขณะนี้คือ ราคาประเมินที่ดินที่ไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากไม่มีกฎหมายควบคุม ผู้ประเมินให้ราคาสูง โดยใช้วิจารณญาณ ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปี 2540 และสร้างความเสียหายให้สถาบันการเงินเป็นอย่างมาก นายกิตติกล่าวนายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า วิกฤตการเงินโลกกระทบต่อการส่งออกไทยและสภาพคล่องของระบบสถาบันการเงิน เนื่องจากไม่สามารถกู้เงินจากต่างประเทศ ต้องหันมาระดมเงินฝากด้วยการเพิ่มผลตอบแทนเงินฝากดอกเบี้ยออมทรัพย์ระยะสั้น ซึ่งจะกดดันให้ดอกเบี้ยเงินกู้ยังไม่ปรับลดลงในระยะนี้ แม้ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 3 ธันวาคม มีแนวโน้มจะลดดอกเบี้ย 0.25-0.5% ก็ตามนายอภิชาติ อรรคย์ฐากูร ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสินเชื่อเคหะ ธนาคารนครหลวงไทย (SCIB) กล่าวว่า ขณะนี้เห็นสัญญาณชัดเจนจากผลกระทบของเศรษฐกิจชะลอตัว จากการที่มีลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อเก็งกำไร มายกเลิกการจอง โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียม ซึ่งที่ผ่านมามีการยกเลิกแล้วประมาณ 5% ของสินเชื่อใหม่ ที่ปีนี้คาดว่าจะได้ 1.5 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มที่ยื่นขอปรับโครงสร้างการผ่อนชำระ เนื่องจากไม่สามารถผ่อนชำระต่อในอัตราเดิมได้จากภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นประมาณ 10% ซึ่งธนาคารจะเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยจะตัดอัตราการพิจารณาค่าครองชีพขั้นต่ำจาก 6,000 บาท เป็น 8,000 บาทต่อเดือน ซึ่งจะทำให้ผู้กู้ต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 13,000 บาท จากเดิม 10,000 บาทนายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปีหน้าธนาคารจะเลือกกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงต่ำ และมีรายได้สูงกว่า 3 หมื่นบาทต่อเดือน โดยเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อมากขึ้นด้วย