เอฟแอนด์เอ็น ทุ่ม200ล.ลุย3อิน1 ตลาดกาแฟยังคึก เนสท์เล่-โออิชิ ปรับตัวพร้อมรบ
เอฟแอนด์เอ็น ทุ่ม200ล.ลุย3อิน1 ตลาดกาแฟยังคึก เนสท์เล่-โออิชิ ปรับตัวพร้อมรบ เอฟแอนด์เอ็น ได้ฤกษ์ปั้นแบรนด์ตัวเอง ทุ่ม 200 ล้านส่งกาแฟทรีอินวัน เอฟแอนด์เอ็น ครีเอชั่นส์ ประเดิมแม็คโคร เครือเดอะมอลล์ พร้อมจัดชงชิมเต็มพิกัด มุ่งลูกค้าทดลอง พบตลาด ทรีอินวันโตต่อเนื่อง 30% ตามไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ด้านโออิชิไม่ถอดใจลุยต่อ คอฟฟิโอ ปรับราคาจาก 25 บาท เหลือ 20 บาท หวังขยายฐานลูกค้าพร้อม ปรับแนวทางโฆษณาเน้น อีโมชั่นนอล ครั้งแรกรอบ 10 ปี พร้อมย้ำพรีเมี่ยมแบรนด์สร้างจุดต่างคู่แข่ง แหล่งข่าวจากวงการกาแฟ เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า บริษัท เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทุ่มงบฯ 200 ล้านบาท เปิดตัวกาแฟทรีอินวันภายใต้แบรนด์ เอฟแอนด์เอ็น ครีเอชั่นส์ ลงสู่ตลาดเป็นที่เรียบร้อย ช่วงแรกวางจำหน่ายที่แม็คโคร และซูเปอร์มาร์เก็ตเดอะมอลล์ทุกสาขา โดยทำตลาดครบวงจรเนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง อาทิ การดิสเพลย์สินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต และการจัดชงชิมเพื่อให้ผู้บริโภคได้ทดลองมากที่สุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดตัวกาแฟ ทรีอินวัน เอฟแอนด์เอ็น เป็นไปตามแผนของบริษัท หลังจากที่เข้าเทกโอเวอร์กิจการของเนสท์เล่ในกลุ่มนม น้ำ ได้แก่ นมตราหมี คาร์เนชั่น ไมโล และน้ำผลไม้เนสท์เล่กว่า 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา ยังคงชื่อ เนสท์เล่ กับกลุ่มนมไม่แช่เย็น ส่วนกลุ่มนมแช่เย็น และน้ำผลไม้ได้ปรับเป็น เอฟแอนด์เอ็น ขณะที่ทิศทางจากนี้คือเน้นแตกไลน์สินค้าใหม่ๆ ภายใต้แบรนด์ เอฟแอนด์เอ็น เพื่อสร้างแบรนด์นี้ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคคนไทยมากขึ้น โดยกาแฟทรีอินวันถือเป็นสินค้าตัวแรกที่มีการแตกไลน์สินค้านอกเหนือกลุ่มนม น้ำที่ซื้อมาจากเนสท์เล่ ปัจจุบันผู้นำตลาดกาแฟทรีอินวันยังเป็น เนสกาแฟ ของเนสท์เล่ และยังเป็นผู้นำโดยมีส่วนแบ่ง 60-70% จากมูลค่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ที่เติบโตมากที่สุดถึง 30% ล่าสุดได้รีลอนช์ใหญ่โดยพัฒนาทั้งกลิ่นและรูปลักษณ์ใหม่ให้มีความทันสมัย ยิ่งขึ้น พร้อมออกสูตร หวานน้อย เจาะใจคนชอบทานกาแฟรสชาติกลมกล่อมกับความหวานที่ลงตัว โดยเฉพาะกระแสรักสุขภาพและเน้นการรับประทานน้ำตาลที่น้อยลง เป็นการออกมาปกป้องส่วนแบ่งตลาดและขยายฐานลูกค้าไปที่กลุ่มใหม่ๆ ตลาดกาแฟมีมูลค่า 20,000 ล้านบาท นอกจากทรีอินวันแล้วอีก 2 เซ็กเมนต์ คือ กาแฟผงสำเร็จรูปมูลค่า 8,000 ล้านบาท และกาแฟพร้อมดื่ม 8,000 ล้านบาท โดยทั้ง 2 ตลาดก็ยังมีการแข่งขันที่รุนแรงเช่นกัน นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ทุ่มงบฯ 100 ล้านบาททำกิจกรรมตลาดกับแบรนด์ คอฟฟิโอ ที่เปิดตัวมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เมื่อผ่านมากว่าครึ่งปีจึงได้ตัดสินใจปรับราคาจาก 25 บาท เหลือ 20 บาท เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น และทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นเพราะจะทำให้ช่องว่างราคาระหว่างคอฟฟิโอกับคู่แข่งที่อยู่ในเซ็กเมนต์สแตนดาร์ด ซึ่งวางราคาไว้ที่ 12-13 บาท มีช่องว่างลดลง อีกทั้งมีความเป็นไปได้ที่ แบรนด์ในเซ็กเมนต์สแตนดาร์อาจต้องปรับราคาเพิ่มขึ้นหลังจากนี้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับแนวทางการทำตลาดโดยเปิดตัวโฆษณาชุดใหม่ที่เน้นอีโมชั่นนอลมากขึ้นกับคอนเซ็ปต์ที่ว่า การสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทใช้พรีเซ็นเตอร์ พร้อมปรับมู้ดแอนด์โทนหนังโฆษณาให้เปลี่ยนไปถือเป็นแนวทางใหม่ของโออิชิในรอบ 10 ปี เพื่อตอกย้ำความเป็นพรีเมี่ยมของตัวสินค้าให้ชัดเจนมากขึ้น รวมทั้งเจาะใจคนรุ่นใหม่ ทั้งนี้เพื่อสร้างจุดต่างจากบรรดาคู่แข่งกาแฟพร้อมดื่มที่อยู่ในตลาดปัจจุบันให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น ขณะนี้ยอดขายคอฟฟิโออยู่ที่ 300 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ แต่ก็เชื่อว่าจากการทำตลาดและปรับราคาครั้งนี้ปีหน้าจะสามารถเติบโต 2 เท่าได้